ReadyPlanet.com
dot dot


"พุทธประวัติ"  VCDธรรมะ.."การ์ตูนพุทธประวัติ.." การปฎิบัติธรรม รูปฌาน ๔ ที่ถูกต้อง..
แนวทางการปฏิบัติธรรม(รูปฌาน ๔) วิปัสนากรรมฐาน ที่ถูกต้อง หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ..
ลงทะเบียนเรียนอาชีพบ้านอาจารย์ (จองวันเรียน)
สมัครเรียนอาชีพ"สูตรทำเงินล้าน"บ้านอาจารย์ ข้อมูลเพิ่เติม
บัญชีธนาคาร โอนเงิน ศูนย์พัฒนาอาชีพบ้านอาจารย์
ขนมเบื้องสูตรกรอบนาน
กล้วยทอดเงินล้าน บ้านอาจารย์
สูตรน้ำข้าวโพด หอม หวาน มันอร่อย
เฉาก๊วยสูตรเหนียวหนึบ บ้านอาจารย์
น้ำเชื่อมคาราเมล หอมหวาน อร่อย
สูตรนมสดคาราเมล
ฟรี..สูตรขนมเทียนสาวสูตรอร่อย
ร้านจำหน่ายวัตถุดิบ เบอเกอรี่ต่างๆ
แนวคิดสู่ความสำเร็จ และ ความมั่งคั่ง เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตเปลี่ยน..
Facebook บ้านอาจารย์


แสงธรรม..นำชีวิตใหม่..แนวทางปฎิบัติธรรมะ...

 (สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชิเนติ)

(การให้ธรรม เป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง)

*พระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า   
ทรงแสดงธรรมว่า   มหาเศรษฐีที่ได้เกิดมาแล้ว หึงหวงทรัพย์สินสมบัติมากมายไม่ทำบุญ  ไม่ให้ทานอะไรเลย แม้จะกินก็ยังหึงหวง
 เมื่อบุญที่จะอยู่เป็นคนหมดลงแล้ว...
ตายไป ตกนรก..ไม่มีบุญที่จะได้เกิดมาเป็นคนอีก...เพราะเมื่อได้มาเกิดเป็นคนแล้ว...ไม่ได้สร้างความดี หรือรักษาศีล,ให้ทานก็ไม่เคยทำบุญ..เพราะความตระหนี่...ก็เลยไม่มีผลบุญเพียงพอที่จะมาเกิดเป็นคนได้อีก
*
หลวงปู่เทศน์  เทสรังสี  
เทศนาธรรมว่า
หากจะแก้ไขชีวิต ก็พึงแก้ไขเสียเมื่อยังมีชีวิตอยู่
( เมื่อกายกับใจยังรวมกันอยู่)
หากทิ้งกายไปแล้ว ไม่มีหนทางแก้ไขได้เลย
*
หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะเถระ
 
เทศนาธรรมว่า 
ผลกำไรของชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นคนนี้ อยู่ตรงที่ได้ศึกษาค้นคว้า.. และปฎิบัติธรรมตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
เป็นผลกำไรที่หาประมาณมิได้..(จงอย่าประมาท.ในชีวิต..เพราะชีวิตนี้สั้นยิ่งนัก)*
หลวงปู่ฝั่น อาจาโร
 
เทศนาธรรมว่า 
คนเราได้เกิดมาพบพุทธศาสนาแล้วเรียกได้ว่า  ได้พบหนทางที่ประเสริฐที่สุด  สำหรับชีวิตของเราแล้ว ถ้าเราไม่เดินตามพระธรรมคำสั่งสอนนั้น เราจะไม่เสียดายหรือเมื่อชาตินี้เกิดมาได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ปฏิบัติตามแล้วอีกกี่ชาติจึงจะได้พบหนทางเช่นนี้อีก
สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระญาณสังวร 
 ขอให้พากันภาคภูมิใจในความได้เป็นมนุษย์ และได้พบพระพุทธศาสนา อย่าทำตนเป็นคนไร้ปัญญา ไร้วาสนาบารมี ไม่รู้ไม่ชี้ในพระพุทธบารมีที่มีจริงและยิ่งใหญ่ พระพุทธบารมีที่ไม่มีบารมีใดเทียบได้  ขอให้อัญเชิญพระพุทธบารมีมาคุ้มครองจิตใจและร่างกายของตน จะประสพผลสำเร็จในการดำเนินชีวิต พระพุทธบารมีเท่านั้นที่จะช่วยแคำอธิบายในการทำบุญที่ถูกต้องในศาสนาพุทธ
ความรู้เรื่องการทำบุญที่ถูกต้อง 

ในเรื่องของทาน, ศีล, สมาธิ, และการสร้างปัญญา,
ตามแนวทางพระพุทธศาสนา ตามหลักพระไตรปิฎก อย่างถูกต้อง 
              
ข้าพเจ้า นายอุดมชัย  อิ่มรัตนรัก  ได้มีโอกาสศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรมและได้เรียนรู้มาจากครูอาจารย์ที่ท่านได้อบรมสั่งสอนข้าพเจ้ามาอย่างถูกต้องตรงตามพระไตรปิฎกทุกประการ และปฏิบัติตามได้ผลกับชีวิตของข้าพเจ้าและครอบครัวเป็นอย่างมาก  จึงอยากแบ่งปันบอกกล่าว แนวทางที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติมา เพื่อประโยชน์แก่ทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อย...หรืออาจจะเป็นข้อคิดสำหรับคนบางคนก็ได้ครับ...

  ข้าพเจ้ามักชอบถามทุกคนว่า  มีใครอยากจะรวยบ้าง... ทุกคนตอบตรงกัน ว่าอยากรวยกันทุกคน  แต่จะทำอย่างไรหรือปฏิบัติตัวอย่างไรถึงจะรวยได้...  เพราะบางคนเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เคยทำกิจการงานต่างๆพอเริ่มจะดีขึ้นหรือพอกิจการเริ่มจะไปได้ดี...  ก็เจอแต่อุปสรรค์ ปัญหาต่างๆนาๆทำให้แย่ลง..  เป็นหนี้เป็นสิน ทางธุระกิจ และพอจะเก็บเงินได้ใหม่สักก้อนหนึ่ง พอได้เริ่มทำกิจการขึ้นใหม่ก็เป็นเช่นเดิมอีก..( แต่คนบางคนรวยมาก .. ไม่ว่าจะทำกิจการงานอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด...)  ทำไม...ถึงเป็นเช่นนั้น...ทั้งที่เราก็เก่งกว่าเขาซะอีก..แถมมีความรู้...ความสามารถก็มากกว่า...แต่ทำมัย...ถึงทำกิจการสู้เขาไม่ได้...

  ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร”?  ข้าพเจ้าก็เคยเจอปัญหาเหล่านี้มาแล้ว และบอกได้เลยว่ามันเกิดขึ้นจากผลของ กรรม ของตัวเราเองในอดีตที่เคยสร้างไว้ หรือไม่เคยสร้างบุญกุศลใว้ในอดีต คือ ทาน, ศีล, สมาธิ, ก็เลยไม่มีผลบุญอะไรที่จะทำให้เรารวยขึ้นมาได้ในชาติปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าทุกท่านอยากรวยในอนาคตอันใกล้ คือ 2-5 ปีข้างหน้านี้ หรืออีก 10-15 ปีข้างหน้า ข้าพเจ้ามีวิธีที่จะแนะนำให้ทุกท่านได้  และเป็นความร่ำรวยหรือเป็นทรัพย์สมบัติ ที่สามารถข้ามภพข้ามชาติได้  คือส่งผลไปยาวไกลมากๆทำให้เรารวยได้ทั้งชาตินี้  และชาติหน้า นั่นก็ คือ(การสร้างบุญ สร้างกุศล สร้างบารมี) ให้แก่ตัวเองและครอบครัว ซึ่งจะทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของท่านจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ยิ่งๆขึ้น เจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน ถ้าท่านปฏิบัติตามหลักของพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องแบบไม่หลงทาง อย่างผู้ที่มีปัญญา...( และควรแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีคำสอนที่ถูกต้องในพุทธศาสนา...ซึ่งปัจจุบันนี้หาได้ยาก...มีแต่ผู้รู้ธรรมะในทางปริยัติธรรม...คือรู้ตามตำราพระธรรม...) แต่ไม่มีความรู้ในแนวทางการปฎิบัติที่แท้จริง ..   ( ความรู้เรื่องบุญ)หลายคนยังไม่ทราบว่าเรื่องการทำบุญ หมายถึงอะไร และได้อานิสงส์อย่างไร และทำให้เรามีความสุขหรือร่ำรวยได้อย่างไร  ข้าพเจ้าขออธิบายดังนี้คือ บุญประกอบด้วย  1.ทาน 2. ศีล 3.สมาธิ อันเป็นบุญที่เพศฆารวาสพึงปฏิบัติ บุญทั้ง 3 อย่างนี้จะให้อานิสงส์ไม่เหมือนกันข้าพเจ้าขออธิบายดังนี้คื    1. ทาน  การทำทานเป็นบุญขั้นต่ำ  ศีลเป็นบุญขั้นกลาง  สมาธิเป็นบุญสูง และการทำสมาธิถึงขั้นวิปัสสนาได้ทำให้เกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา  ก็จะทำให้เราเป็นผู้มีปัญญาที่สามารถจะละกิเลส ตัณหา... หรือเข้าสู่เส้นทางของพระนิพพานได้ จึงถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลที่สูงที่สุดเป็นบุญมากกว่าการทำสมาธิเพียงอย่างเดียว เพราะ สมาธิไม่ทำให้เราเกิดปัญญา...เพียงแต่ทำให้จิตเรานิ่งสงบเท่านั้น แต่การทำวิปัสสนา ทำให้เราเป็นผู้มีปัญญาและมีดวงตาเห็นธรรมได้ ทำให้เราละซึ่งกิเลส ตัญหาได้เรา  จึงกล่าวได้ว่า วิปัสสนา เป็นบุญเป็นกุศล..ทำให้เราเกิดซึ่งปัญญา..  ตามที่บอกกล่าวให้ทราบตามลำดับ..ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าในการทำบุญ 3 อย่าง คือ ทาน, ศีล, สมาธิ,  นั้น ทาน,มีผลน้อยกว่าศีล, ศีลมีผลน้อยกว่าสมาธิ  พุทธศาสนิกชนควรทำบุญทั้ง 3 อย่าง คือ ทาน, ศีล, ภาวนา,  และควรทราบให้ชัดเจนว่า บุญอย่างไหนมีผลมากกว่าอย่างไหนและเลือกทำบุญให้ถูกต้อง เพราะผลของบุญแต่ละอย่างนั้นไม่เท่ากัน ดังในข้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เวลามาสูตรดังนี้... ทาน แม้จะมีผลน้อยกว่าการทำบุญอย่างอื่น แต่ก็ให้ผลเป็นอันมาก แก่ผู้รู้จักทำบุญให้ทาน บัณฑิตจึงไม่ประมาทในการทำบุญให้ทาน โดยให้ทานอยู่เสมอเพราะทานนำความสงบสุขมาให้แก่ตนเองและผู้อื่นเป็นอันมาก ทั้งยังเป็นปัจจัยให้เราเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ได้อีกด้วยในอนาคต...อันใกล้..ผลของการทำทาน จะนำมาซึ่งทรัพย์สินเงินทองความร่ำรวย มีกินมีใช้ มีที่อยู่อาศัย มีเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงาม และเมื่อเกิดชาติหน้าจะได้อยู่ในตระกูลที่ร่ำรวยไม่ต้องลำบากตกยาก.การทำบุญนั้นถ้าเรามีความฉลาดในการทำ เราก็จะได้บุญมาก เพราะผลของทานที่เราทำลงไปนั้นให้อานิสงส์ของบุญต่างกันสมมุติ (ถ้าเราทำทาน ด้วยข้าวปลาอาหารแบบชนิดเดียวกัน) เรา เปรียบเทียบได้ดังนี้ คือ...

 อานิสงส์ของการให้ทานตั้งแต่ขั้นต่ำถึงขั้นสูง

 - ทำทานกับสัตว์เดรัจฉานทั่วไปได้บุญ          100  เท่า

 - ทำทานกับมนุษย์ที่ไม่มีศีล 5ได้บุญ           1,000  เท่า

 - ทำทานกับมนุษย์ที่รักษาศีล  ศีล 5 ศีล 8ได้บุญ 10,000  เท่า

- ทำทานกับมนุษย์ที่รักษาศีล อุโบสถได้บุญ       100,000  เท่า

- ทำทานแก่ (สมมุติสงฆ์หรือพระสงฆ์ที่มีศีล 227 ข้อ ได้บุญ 1 ล้าน  เท่า
แต่บุญยังไม่เท่าให้แก่พระโสดาบัน

-ให้แก่ พระโสดาบัน
(ประมาณอย่างน้อย 10  ล้านเท่า) บุญไม่เท่าให้แก่ พระสกทาคามี

-ให้แก่ พระสกทาคามี 
(ประมาณอย่างน้อย 100 ล้านเท่า)บุญไม่เท่าให้แก่ 
พระอนาคามี

-ให้แก่ พระอนาคามี 
(ประมาณอย่างน้อย 1,000 ล้านเท่า) บุญไม่เท่าให้แก่ 
พระอรหันต์

-ให้แก่พระอรหันต์ 
(ประมาณอย่างน้อย 10,000 ล้านเท่า)บุญไม่เท่าให้แก่
พระปัจเจกพุทธเจ้า

-ให้แก่   พระปัจเจกพุทธเจ้า
(ประมาณอย่างน้อย  100,000 ล้านเท่า)  บุญไม่เท่าให้แก่
 พระพุทธเจ้า

-ให้แก่พระพุทธเจ้า
(ประมาณอย่างน้อย 1,000,000 ล้านเท่า)
บุญไม่เท่ากับเราถวาย
สังฆทานให้แก่พระอริยสงฆ์สองฝ่าย 
คือ
พระภิกษุสงฆ์และพระภิกษุณีสงฆ์ โดย มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน
ซึ่งถือว่าเป็นการทำทานสูงสุด...    
ประเภทของทาน
การให้ทานในพระพุทธศาสนานี้ ท่านแยกออกเป็น  3  ชนิดคือ

1. อามิสทาน หรือ วัตถุทาน การให้วัตถุสิ่งของ ต่างๆ...

2. ธรรมทาน การให้พระธรรมคำสั่งสอน
(ให้ผู้ที่ยังไม่รู้ธรรม ได้รู้  เป็นบุญใหญ่ทางด้านปัญญา )
  
3. อภัยทาน   การให้อภัยแก่คนที่เราโกรธ หรือ อาฆาตพยาบาท หรือ สัตว์อื่นๆ (เป็นทานที่ควรยกย่อง....)

ลักษณะของทานที่ให้นั้นท่านแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ 
  -
สามีทาน
ให้ทานด้วยของดีกว่า ที่ตนเองบริโภคใช้สอย คือ ของเหล่าใดที่ตนเองไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่ค่อยได้กิน เพราะเป็นของที่ดีหรือมีราคาสูงกว่าฐานะของตน ให้ทานด้วยของเหล่านั้นไป ทานเช่นนี้มีผลมาก 
 -
สหายทาน 
ให้ทานด้วยของที่เหมือนๆ กับตนบริโภคใช้สอย  ทานเช่นนี้มีผลปานกลาง 
 -
ทาสทาน 
ให้ทานด้วยของที่เลวๆหรือของที่ตนเองไม่ใช้หรือไม่บริโภคแล้ว เช่น ทานที่ให้แก่คนใช้หรือทาส  หรือให้แก่สัตว์เดรัจฉาน  ทานเช่นนี้มีผลน้อย

อามิสทาน
ในพระพุทธศาสนามี 2 ประการ คือ   ปาฏิบุคลิกทาน  ทานที่ให้แบบเจาะจงตัวบุคคล

 สังฆทาน  ทานที่ให้เป็นสังฆทาน(ไม่เจาะจง)
การให้ทนมีจุดประสงค์ อยู่ 5 ประการ คือ

1. ให้เพื่อบูชาคุณ  เช่น บิดา-มารดา, ครูอาจารย์, ผู้สั่งสอนเราฯ

2.ให้เพื่ออนุเคราะห์ เช่น  ให้แก่พี่น้อง  แก่ลูกหลาน แก่ญาติมิตร  เพื่อน

3.ให้เพื่อสงเคราะห์  เช่น  คนยากจน  ขอทาน  แก่สัตว์เดรัจฉาน

4.ให้เพื่อสาธารณประโยชน์  การบริจาคให้สาธารณะทั่วไป ในมุมกว้าง

5.ให้เพื่อสร้างบารมีทานใ ห้แก่พระพุทธศาสนา แก่พระสงฆ์ เช่นการทำสังฆทาน

ผลของทานที่ส่งผลมาถึงคนในโลก 4 ประเภท คือ

คนประเภทที่ 1 
 เกิดมาร่ำรวยแต่ไร้ญาติขาดมิตร  จะมีบ้างก็น้อยมาก  
เพราะชาติก่อนหรือแม้แต่ชาตินี้  เวลาตนเองทำทานหรือมีงานบุญเกี่ยวกับทานมักจะทำแต่ผู้เดียว  ไม่ยอมบอกบุญผู้อื่น  หรือไม่ชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วมทำทานด้วย  ผลจึงส่งให้ตัวเองร่ำรวย  แต่ไร้ญาติมิตร และบริวาร ในปัจจุบันนี้

คนประเภทที่ 2  
เกิดมายากจน  แต่มีญาติมิตรและบริวารมากมายคอยช่วยเหลือ
 
เพราะชาติก่อนหรือแม้แต่ชาตินี้  ตนเองขี้เหนียวไม่ยอมทำทานด้วยเงินทองของตัวเองหรือทำก็ทำแต่น้อยนิด  แต่เป่าประกาศและชักชวนผู้อื่นให้มาร่วมทำบุญทำทาน ร่วมกับตนเอง  หรือบอกบุญผู้อื่นได้มาก เพื่อที่ตนเองจะได้ทำทานแต่น้อยๆ หรือเป็นผู้หาทุนจากผู้อื่นมาทำทานเพื่อเอาหน้าเอาตาตนเอง

คนประเภทที่ 3
เกิดมายากจน และไร้ญาติขาดมิตร 
เพราะชาติก่อนหรือแม้แต่ชาตินี้  ตนเองเป็นคนขี้เหนียว ตระหนี่ไม่ยอมทำบุญให้ทาน และไม่ยอมชักชวนผู้อื่นทำบุญให้ทาน บางครั้งขัดขวางผู้อื่นไม่ให้ทำบุญให้ทานอีกด้วย เพราะความขี้เหนียวของตน จึงทำให้ตนเองยากจนในปัจจุบัน...

คนประเภทที่ 4
เกิดมาร่ำรวย  และมีญาติมิตร  บริวาร  พวกพ้อง มากมาย มีแต่คนเสนอให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา  เป็นเพราะชาติก่อนหรือแม้แต่ชาตินี้ ตนเองมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ชอบให้ทานสม่ำเสมอ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก  เมื่อทำบุญให้ทานก็ทำทานแต่สิ่งที่ดีๆ และชักชวนบอกกล่าวญาติมิตร มาทำทานร่วมกันอยู่เสมอ จึงส่งผลให้ร่ำรวยและมีบริวารมากทั้งชาตินี้และชาติหน้า

 




ธรรมะ..(ปฏิบัติตนอย่างไรให้มีความสุข...)และร่ำรวย...

พุทธประวัติ (การปฎิบัติธรรม รูปฌาน๔)
ธรรมปฎิบัติ..ตามแนวทาง หลวงพ่อ สรวง ปริสุทโธ
แนวทางธรรมะ...การปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง...
ทานที่ให้ผลมาก...
การรักษาศีล,
การรักษาศีลอุโบสถ
การอธิฐาน 5 อย่างกับพระพุทธศาสนา



www.pathongko.com ศูนย์พัฒนาอาชีพบ้านอาจารย์