ReadyPlanet.com
dot dot


"พุทธประวัติ"  VCDธรรมะ.."การ์ตูนพุทธประวัติ.." การปฎิบัติธรรม รูปฌาน ๔ ที่ถูกต้อง..
แนวทางการปฏิบัติธรรม(รูปฌาน ๔) วิปัสนากรรมฐาน ที่ถูกต้อง หลวงพ่อสรวง ปริสุทโธ..
ลงทะเบียนเรียนอาชีพบ้านอาจารย์ (จองวันเรียน)
สมัครเรียนอาชีพ"สูตรทำเงินล้าน"บ้านอาจารย์ ข้อมูลเพิ่เติม
บัญชีธนาคาร โอนเงิน ศูนย์พัฒนาอาชีพบ้านอาจารย์
ขนมเบื้องสูตรกรอบนาน
กล้วยทอดเงินล้าน บ้านอาจารย์
สูตรน้ำข้าวโพด หอม หวาน มันอร่อย
เฉาก๊วยสูตรเหนียวหนึบ บ้านอาจารย์
น้ำเชื่อมคาราเมล หอมหวาน อร่อย
สูตรนมสดคาราเมล
ฟรี..สูตรขนมเทียนสาวสูตรอร่อย
ร้านจำหน่ายวัตถุดิบ เบอเกอรี่ต่างๆ
แนวคิดสู่ความสำเร็จ และ ความมั่งคั่ง เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตเปลี่ยน..
Facebook บ้านอาจารย์


การรักษาศีล,

ศีลอุโบสถ 
จะรักษาในวันพระสามารถสมาศีล  โดยรับจากพระ หรือ ถ้าเราเป็นผู้มีไตรสรณะคมสมบูรณ์อยู่แล้วเป็นปกติ ก็สามารถสมาทานศีลอุโบสถด้วยตัวเอง และรักษาศีลอุโบสถอยู่ที่บ้านก็ได้ โดยเริ่มสมาทานศีลอุโบสถในวันพระได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ คือแสงอาทิตย์ส่องเห็นลายมือหรือ เห็นใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว  และเมื่อถึงรุ่งอรุณในวันถัดไป ศีลอุโบสถที่สมาทานไว้จะเหลือเพียงแค่ ศีล ๕ หรือ ศีล ๘  ตามที่ได้สมาทานรักษาไว้ก่อนหน้าที่จะสมาทาน ศีลอุโบสถในวันพระ โดยไม่ต้องลาศีลอุโบสถเหมือนศีล ๘  เพราะในคำสมาทานศีลอุโบสถนั้นได้ประกาศไว้แล้วว่าเราจะรักษาศีลอุโบสถเพียงวันหนึ่งคืนหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นพอรุ่งอรุณเราก็จะออกจากศีลโดยอัตโนมัติตามที่ได้ตั้งใจอธิษฐานไว้

 

                 มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ   ปัญจะ   สีลานิยาจามะ

  ทุติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ    ปัญจะ   สีลานิยาจามะ

  ตติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  ติสะระเณนะสะหะ    ปัญจะ   สีลานิยาจามะ

(นั่งพับเพียบ ประนมมือ ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้)  ( ตั้ง นะโม    จบ )

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ    ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ    สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ   ทุติยัมปิ ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ      ตติยัมปิ พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  ตติยัมปิธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ   ตติยัมปิ  สังมัง  สะระณัง  คัจฉามิ

1.ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
 (คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์เองและใช้ผู้อื่นฆ่า)

2.อะทินนาทานา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการขโมยเองหรือใช้ผู้อื่น)

 3.กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

4 .มุสาวาทา เวระมะณี  สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ 
(คือเว้นจากการพูดไม่จริง)     

 5.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมา (สรุปศีล) 
 
อิมานิ   ปัญจะ   สิกขาปะทานิ   สะมาทิยามิ      ( ๓ จบ )   หมายเหตุ
เรามีศีลไว้ให้ขาดดีกว่าเราไม่มีศีลให้ขาด  ถ้าเราไม่มีศีลเราก็อยู่แบบกินบุญเก่าของเรากับการทำ บาปเท่านั้น เพราะศีล๕  ถึงเราไม่รักษาเราทำผิดก็เป็นบาปเหมือนกับการที่เรารักษาศีลเหมือนกัน แต่ช่วงที่เรารักษาศีลทำขาดก็เป็นบาป  ช่วงที่เรายังไม่ได้ต่อศีล  (วิรัตศีล) เราก็กินบุญเก่าเท่านั้นเอง การถือศีล๕ เพียงวันหนึ่งคืนหนึ่ง ถือได้ว่าเป็น หนึ่งครั้ง  (นับจากพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าของวันนี้ จนพระอาทิตย์ขึ้นรุ่งอรุณของอีกวันหนึ่ง) และเมื่อเราทำศีลขาดเราสามารถต่อศีล ๕  เองได้
เราเรียกว่า.

การวิรัตศีล๕หรือการต่อศีลดังนี้...กราบพระ  ครั้ง(บูชาพระแบบย่อ)

  อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ   ภะคะวา 
พุทธังภะคะวันตังอะภิวาเทมิ (กราบ)

 สะวากขาโต  ภะคะวะตาธัมโม   ธัมมังนะมัสสามิ (กราบ)

  สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ สังฆังนะมามิ (กราบ)

(คำอธิษฐานการ ต่อศีล  ๕)
ด้วยอานุภาพ  คุณพระพุทธ   คุณพระธรรม    คุณพระสงฆ์    คุณบิดา-มารดา    คุณครู อาจารย์ ข้าพเจ้าได้ทำศีลข้อ (.... )ขาด(ทำข้อไหนขาด  ทำอะไร  ก็บอกไปด้วย ) ข้าพเจ้าขอต่อศีล ๕  ให้สมบูรณ์ดังเดิม  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

(สรุปศีล)      
 
อิมานิ   ปัญจะ   สิกขาปะทานิ   สะมาทิยามิ    ( ๓ จบ )

(กราบพระ ๓ ครั้ง)  พระพุทธ, พระธรรม,  พระสงฆ์,  (ศีล ๕ ของเราก็สมบูรณ์เป็นปกติ)

 

 

 

 

      (นั่งพับเพียบ ประนมมือ ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้) ตั้ง นะโม ๓ จบ

          พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ      ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ      สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ  
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ  ธัมมัง
สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ
ตติยัมปิ พุทธังสะระณังคัจฉามิ     ตติยัมปิ ธัมมัง
สะระณังคัจฉามิตติยัมปิ  สังฆัง สะระณังคัจฉามิ    

1.  ปาณาติปาตา    เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์เองและใช้ผู้อื่นฆ่า)

2.  อะทินนาทานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากการขโมยเองหรือใช้ผู้อื่น)

3.  อะพรัหมะจะริยา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
( คือ เว้นจากกรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ คือ ไม่ยินดีในรูป กลิ่น เสียง สัมผัส อารมณ์ )

4.  มุสาวาทา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ 
( คือ เว้นจากการพูดไม่จริง)

5.  สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ 
( คือ เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท )

6.  วิกาละโภชะนา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ 
( คือ เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือ ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงรุ่งอรุณแดงของวันใหม่ )

7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ มัณทะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี  สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการดู ฟัง ฟ้อนรำ ขับร้อง และประโคมดนตรีและทัดทรงตกแต่งร่างกาย ด้วยเครื่องประดับ ดอกไม้หอม เครื่องทา เครื่องย้อมผัดผิวให้งามต่างๆ )

8.  อุจจาสะยะนะ  มะหาสะยะนา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ
(คือ เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ภายในใส่นุ่นและสำลี อาสนะอันวิจิตรไปด้วยลวดลายงามด้วยเงินทองต่างๆ)

       สรุปศีล๘         
(อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ ) ( ๓ จบ )

                          มะยัง   ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  อุโปสะถัง  ยาจามะ

           ทุติยัมปิ   มะยัง ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  อุโปสะถัง  ยาจามะ

           ตติยัมปิ   มะยัง ภันเต   ติสะระเณนะสะหะ    อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง   อุโปสะถัง ยาจามะ

         (กรณีว่าคนเดียวให้เปลี่ยน  มะยัง  เป็น  อะหัง  และ   ยาจามะ  เป็น  ยาจามิ)

    (นั่งพับเพียบ)  ประนมมือ  ว่าตามไปทีละบทดังต่อไปนี้  ตั้ง นะโม    จบ

           พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ    ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ     สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

     ทุติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ   ทุติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ   ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

     ตติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง คัจฉามิ    ตติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง  คัจฉามิ    ตติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

 1.  ปาณาติปาตา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง   สะมาทิยามิ

2.  อะทินนาทานา เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

3.  อะพรัหมะจะริยา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

4.  มุสาวาทา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

5.  สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

6.  วิกาละโภชะนา   เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

7.  นัจจะคี ตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ  มัณทะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทังสะมาทิยามิ

8.   อุจจาสะยะนะ  มะหาสะยะนา  เวระมะณี   สิกขาปะทัง    สะมาทิยามิ

(พระนำ)    ( อิมัง  อัฏฐังคะสะ มันนาคะตัง  พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะรัตติง   อิมัญจะทิวะสัง  สัมมะเทวะอะภิรักขิตุง  สะมาทิยามิ )

(ข้าพเจ้าสมาทาน  ศีลอุโบสถ  ที่พระพุทธเจ้า ทรงบัญญัติไว้ อันประกอบด้วยองค์    ประการดังได้สมาทานมาแล้วนี้  จะรักษาไว้ให้ดีไม่ให้ขาด  ไม่ให้ทำลาย  วันหนึ่งคืนหนึ่ง  ณ เวลาวันนี้ )

สรุปศีล     (  อิมานิ   อัฏฐะ   สิกขาปะทานิ   อัชเชกัง รัตตินทิวัง อุโปสะถะวะเสนะ สาธุกัง รักขิตัพพานิ ) (รับ)    อามะภันเต     (รับ)    สาธุ            (กราบ  พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์) 

คำอธิบายความรู้เกี่ยวกับการถือศีลที่ถูกต้อง...

ศีลข้อที่ 1.  ปาณาติปาตา เวระมะณี ฯ   ( เว้นจากการฆ่า หรือ ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า )  การที่ศีลข้อนี้จะขาดได้นั้น มีองค์ประกอบ ๕ อย่าง คือ  สัตว์มีชีวิต ๑, รู้อยู่ว่าสัตว์มีชีวิต ๑,  จิตคิดจะฆ่า ๑,  พยายามเพื่อจะฆ่า ๑,  สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น ๑,  ( เมื่อเราได้ทำครบองค์ประกอบ ทั้ง๕  ศีลเราขาด ) 

ศีลข้อที่ 2.  อะทินนาทานา  เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการลักขโมย หรือใช้ให้ผู้อื่นลักฯ ) การที่ศีลข้อนี้จะขาดได้นั้น มีองค์ประกอบ    อย่าง คือ  ของที่เขาหวงแหน ๑,  รู้อยู่ว่าเขาหวงแหน ๑, จิตคิดจะลัก ๑, พยายามเพื่อจะลักลักของเขามาด้วยความพยายามนั้น๑,  ( เมื่อทำครบองค์ประกอบทั้ง ๕  ศีลเราขาด )   ศีลข้อที่ 3.  กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการประพฤติผิดในกาม )ระหว่างชาย กับ หญิง ต่างกันคือ (หญิง ต้องห้ามคือ) หญิงที่มีสามี, หญิงที่มีญาติปกครองอยู่  เช่น. มี บิดา มารดา,หรือ มีพี่ชาย,พี่สาว,ลุง-ป้า,ตา-ยายปกครองอยู่   หรือ หญิง ที่มีจารีตรักษาอยู่ เช่น. หญิง ที่รักษาศีล ๘, หรือ ศีล อุโบสถ,ชาย ต้องห้ามมี 2 ประเภท คือ.   1.  ชายอื่นนอกจากสามีตน ( สำหรับหญิงที่มีสามีอยู่แล้ว )2.   ชายที่จารีตห้าม เช่น ( พระภิกษุ, สามเณร, อุบาสกที่รักษาศีล ๘ ศีล อุโบสถ.

ศีลข้อที่ 4.  มุสาวาทา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการพูดเท็จ  ) หรือ การทำกิริยา ท่าทางต่างๆ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิด  การสั่นหัวในเรื่องที่ใช่,  หรือ การพยักหน้าในสิ่งที่ไม่ใช่  ก็เป็นการมุสา เช่นกัน.(มุสาให้เขาสบายใจก็ผิดศีลเหมือนกัน )  แต่การที่เราพูดคำหยาบ ศีลไม่ขาด แต่ศีลทะลุ  และเป็นกรรมด้วย  การพูดส่อเสียด คือ การที่เรานำ เรื่องของผู้อื่นมาพูดคุยกับอีกคนหนึ่งในทางที่เสียหาย ในทางที่ไม่ดี หรือ ยุยงให้ผู้อื่นเขาแตกคอกัน เพื่อให้อีกฝ่ายมารักไคร่ตนเอง ก็ ไม่ดี  ทำให้ศีลด่างพร้อย  หรือ พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระก็เช่นกัน.

ศีลข้อที่ 5.  สุรา เมระยะ มัชชะ ปะมา ทัฏฐานา เวระมะณี ฯ ( เว้นจากการดื่มเครื่องดอง ของเมา ) อันเป็นที่ตั้งของความประมาท  รวม ทั้งของที่เสพเข้าไปแล้วทำให้เราขาดสติ ด้วย เช่น. ฝิ่น  กัญชา  เฮโรอีน ยาอี ยาบ้า

(สำหรับท่านที่ถือ ศีล ๘  หรือ ศีล อุโบสถ  มีศีลที่แตกต่างกันดังนี้...)

ศีลข้อ ที่ 3.  เปลี่ยนมาเป็น ( อะพรหมจริยา เวระมะณีฯ)  เว้นจากการประพฤติผิดพรหมจรรย์        คือ  ห้ามมีเพศสัมพันธ์   ถ้าเพียงจับมือถือแขนกัน ศีลยังไม่ขาด  หรือเพียงกอด จูบศีลยังไม่ขาด  แต่ศีลเศร้าหมองด่างพร้อย  หรือ การสำเร็จความไคร่ให้กับตัวเองก็ไม่ได้ เช่นกัน... 

        

ศีลข้อ ที่ 6.  วิกาละ โภชนา เวระมะณีฯ ( คือการงดเว้นรับประทานอาหาร ในยามวิกาล คือหลังจากเที่ยงวัน จนถึง รุ่งอรุณของวันใหม่ (ศีลข้อนี้จะรับประทานอาหารได้ตั้งแต่รุ่งอรุณ)

คือ แสงพระอาทิตย์ส่องเห็นลายมือ  หรือ มองเห็นใบไม้เป็นสีเขียวแล้ว  จึงรับประทานอาหารได้ตามปกติ. จนถึงเที่ยงวัน หลังจากนั้นให้งดอาหาร และ ควรแปรงฟันให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ไม่มีเศษอาหารล่วงลำคอหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว    ( สิ่งที่รับประทานได้ หลัง เที่ยงวันไปแล้ว คือ )   น้ำปานะ,   ยารักษาโรคทุกชนิด, หรือ - เภสัช ทั้ง ๕  มี เนยใส,  เนยข้น, น้ำผึ้ง, น้ำอ้อย,  น้ำมัน, 

หรือ -  น้ำตาลทุกชนิด  เช่น น้ำอัดลม,  น้ำชา,  กาแฟ,  น้ำตะไคร้,  น้ำขิง,  ลูกอมที่ทำด้วยน้ำตาล,      

หรือ -  ลูกสมอ  - ลูกจัน- มะขามป้อม ( น้ำปานะ ) คือ  น้ำผลไม้ที่กรองแล้วไม่มีกาก   คั้นกรองจากผลไม้ที่มีขนาดตั้งแต่ลูกมะตูมลงไป  เช่น. น้ำฝรั่ง  น้ำแอปเปิ้ล  น้ำชมพู่ ฯลฯ                               ส่วนน้ำผลไม้จากมหาผล ดื่มไม่ได้     หมายถึง  ผลไม้ที่ใหญ่กว่าลูกมะตูม นำมาดื่มไม่ได้ เช่น. น้ำสัปปะรด  น้ำแตงโม  น้ำส้มโอ  น้ำมะพร้าว ฯลฯ

(น้ำผัก และน้ำ ธัญพืช)  ที่ดื่มไม่ได้  เช่น. น้ำเต้าหู้,  น้ำข้าวทุกชนิด, น้ำถั่วทุกชนิด,

(โอวัลติน, โกโก้, กาแฟ, ที่มีส่วนผสมของครีมเทียม หรือใส่ ครีมเทียม) รับประทานไม่ได้หลังเที่ยงวันไปแล้ว...

 

 

 

 

ศีลอุโบสถ...อาราธนา ศีลอุโบสถ (นั่งคุกเข่า)  กราบพระ ๓ ครั้ง

 

 

 

(การถือศีล ๕,ศีล๘, ศีลอุโบสถ)

     การสมาทานศีล (รับจากพระ)หรือตั้งใจวิรัตเอาเอง, ผู้มีศีลสมบูรณ์ รับศีล ๕  ศีล ๘  ศีลอุโบสถ  เมื่อตั้งใจรับศีลมาแล้ว มีไตรสรณะคมสมบูรณ์แล้ว ควรรักษาไว้ให้ดี ถ้าเราทำศีลขาดข้อใดข้อหนึ่ง เราก็จะเป็นบาปในข้อนั้นๆ ( แต่ศีลจะขาดหมดทุกข้อ ) เพราะเราสมาทานรวมทั้งหมด แต่อย่าปล่อยให้ศีลของเราขาด  ( ข้าม 1 วัน 1 คืน) เพราะตัวเราเองสามารถต่อศีลด้วยตัวเราเองได้ เราเรียกว่า  การวิรัตศีล  คือการอธิษฐานศีลด้วยตัวเอง  (หรือการต่อศีลด้วยตัวเราเอง) ศีล๕  ศีล๘ 

 

 ต่อไปจากนี้จะเป็นการสมาทานศีล
 
คำอาราธนาศีล




ธรรมะ..(ปฏิบัติตนอย่างไรให้มีความสุข...)และร่ำรวย...

พุทธประวัติ (การปฎิบัติธรรม รูปฌาน๔)
ธรรมปฎิบัติ..ตามแนวทาง หลวงพ่อ สรวง ปริสุทโธ
แนวทางธรรมะ...การปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง...
แสงธรรม..นำชีวิตใหม่..แนวทางปฎิบัติธรรมะ...
ทานที่ให้ผลมาก...
การรักษาศีลอุโบสถ
การอธิฐาน 5 อย่างกับพระพุทธศาสนา



www.pathongko.com ศูนย์พัฒนาอาชีพบ้านอาจารย์